อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (Personal Protection Equipment)

การเลือกใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล มีหลักการดังนี้ ต้องเลือกใช้ชนิดที่ป้องกันอันตรายได้ดี ต้องมีน้ำหนักที่เบาเป็นพิเศษและสบายในการสวมใส่ ต้องมีประสิทธิภาพสูง สามารถป้องกันอันตรายได้ดีที่สุด มีราคาย่อมเยาหาซื้อได้ง่าย วิธีการใช้เครื่องป้องกันนั้นจะต้องไม่ยุ่งยากซับซ้อนจนเกินไป เพราะจะทำให้คนที่ใช้สวมใสเกิดความยุ่งยาก ต้องมีสีสันที่เด่นชัด และเป็นสีที่ดูแล้วสะอาดตา การใช้อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล ต้องทราบลักษณะและความต้องการในการใช้อย่างแน่นอนเสียก่อน การเลือกใช้จะต้องระมัดระวัง ต้องให้ถูกต้องกับลักษณะของงานมากที่สุด ไม่ให้ขัดขวางการทำงานของคนงานได้ และจะไม่ลดประสิทธิภาพในการทำงาน ต้องพยายามให้ผู้ใช้เห็นถึงความสำคัญและความจำเป็น รวมถึงประโยชน์ในการใช้เครื่องป้องกันอันตรายได้ ต้องมีการอบรมให้คำแนะนำถึงวิธีการเก็บ การรักษา และการใช้จากผู้ที่ชำนาญ จะต้องมีระเบียบและข้อบังคับในการใช้ เพื่อให้การใช้มีผลที่สมบูรณ์และมีประสิทธิภาพ ประโยชน์ในการใช้อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคลในโรงงาน เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เพื่อเป็นการช่วยลดต้นทุนการผลิต เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงงาน เพื่อช่วยในการประหยัดเวลาที่ใช้ในการผลิตสินค้า เพื่อให้พนักงานทุกคนมีความรู้สึกว่า กาปฏิบัติงานนั้น ๆ มีความปลอดภัยตลอดเวลา เพื่อเพิ่มปริมาณการผลิตให้สูงขึ้น ประเภทของอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล  อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคลที่ใช้ในการปฏิบัติงานในโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ แบ่งออกเป็น อุปกรณ์ป้องกันร่างกาย คือสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่สวมใส่ลงบนอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย เพื่อป้องกันอันตรายให้แก่อวัยวะส่วนนั้นๆ โดยเฉพาะ สามารถแบ่งย่อยๆ ออกตามลักษณะที่ใช้ป้องกันได้ ดังนี้ อุปกรณ์ป้องกันศีรษะ (Head Protection)  หมวกกันน็อค (Helmet) หมวกนี้ส่วนใหญ่จะทำจากไฟเบอร์หรือพลาสติกแข็ง หรือวัสดุอื่นที่มีความทึบแสง และไม่ติดไฟ สามารถป้องกันอันตรายจกรังสีอุลตร้าไวโอเลตได้และไม่ทำให้เกิดโรคติดต่อ หมวกชนิดนี้นอกจากจะใช้ป้องกันศีรษะ ก้านคอและใบหูแล้ว ยังสามารถติดกระบังหน้าเพื่อป้องกันวัสดุที่จะกระเด็นใส่หน้า […]

ความปลอดภัยกับงานช่าง

ในงานของช่างนั้น มีหลายประเภทที่ต้องเสี่ยงอันตราย ทั้งจากสิ่งแวดล้อม เครื่องมือ เครื่องใช้ และเครื่องจักรต่างๆ ความระมัดระวังและสติในการทำงาน จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากแทบจะเป็นอันดับ 1 ในการทำงาน วันนี้ปาโก้จึงมีบทความเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยในงานช่างและวิธีการป้องกันมาฝากกันจ้า ไปดูกันเลย 1. อัตรายที่เกิดจากตัวของบุคคล อาจจะมาจากเรื่องสภาพร่างกาย การแต่งกายที่ไม่รัดกุม หรือไม่เหมาะสม หรือเรื่องทรงผมการไว้เล็บ ก็มีส่วนที่ทำให้เกิดอันตรายได้ อีกทั้งยังรวมถึงเรื่องสภาวะอารณ์ หรือสติที่มีตอนทำงานด้วย ซึ่งทางที่ดีควรมีสติอยู่เสมอว่าทำอะไรอยู่ เพราะอันตรายสามารถเกิดได้ทุกที่ทุกเวลาจริงๆ 2. อันตรายที่เกิดจากเครื่องมือ อุปกรณ์และวัสดุต่างๆ เช่นเครื่องจักรเกิดชำรุด เครื่องมือเสื่อมสภาพไม่คมหรือส่วนที่ป้องกันอันตรายเกิดการชำรุดหรือทำงานผิดพลาด อีกทั้งในเรื่องการจัดวางวัสดุที่ไม่เป็นระเบียบ ใช้เครื่องมือผิดประเภทกับงานที่ทำ สายไฟฟ้าเก่าหรือมีรอยรั่ว การเก็บวัสดุเชื้อเพลิงไม่ถูกหลักวิธี3. อันตรายที่เกิดจากการจัดระบบการทำงานและสถานที่ที่ใช้ปฎิบัติงาน การวางแผนการทำงานไม่ดีไม่รอบคอบ ทำงานผิดขั้นตอนที่ควรจะเป็น ทำงานไม่เป็นระบบทั้งกับตัวเองและเพื่อนร่วมงาน สถานที่ทำงานแออัด หรืออากาศไม่ปลอดโปร่ง จนทำให้หายใจไม่สะดวก มืดทึบเกินไป น็อตยึดอุปกรณ์ต่างๆชำรุด หรือผุพัง ซึ่งสามารถก่อให้เกิดอันตรายได้ทั้งนั้น กฎโรงงานและการป้องกันอุบัติเหตุในโรงงาน ทุกโรงงานจะมีกฎระเบียบที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับประเภทงานที่ทำและการตัดสินใจของเจ้าของโรงงานหรือหัวหน้างานด้วย ซึ่งปาโก้มีกฎมาตรฐานที่เป็นพื้นฐานที่ต้องทำในการทำงานในโรงงานมายกตัวอย่างมาให้ดูกัน 1. สวมชุดสำหรับใช้ในการปฎิบัติงานโดยเฉพาะ และสวมด้วยความรัดกุม ไม่รุ่มราม2. สวมหมวกและรองเท้านิรภัยเสมอเมื่ออยู่ในพื้นที่โรงงาน เพื่อป้องกันของตกใส่หัวและอาจจะไปเหยียบของมีคมได้3. ถอดเครื่องประดับต่างๆออกในเวลาที่ทำการปฎิบัตงาน (สร้อย แหวน นาฬิกา)4. ไม่นำของมีคมติดตัว […]

10 อาวุธต้องห้ามสุดอันตราย

ห้ามเด็ดขาด!? 10 อาวุธต้องห้ามสุดอันตรายที่ห้ามใช้ในสงคราม ระเบิดบอลลูน : ตามอนุสัญญากรุงเฮกปี 1898 ได้ระบุไว้ว่าการปล่อยบอลลูนที่มีระเบิดผูกติดไปด้วยนั้นผิดกฎหมาย ระหว่างประเทศ แต่ญี่ปุ่นได้ฝ่าฝืนกฎที่ว่าโดยการผูกระเบิดติดไปกับบอลลูนไปยังชายฝั่งด้านแปซิฟิกของอเมริกา ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อก่อกวนจนทำให้เกิดไฟไหม้ในหลายพื้นที่ของสหรัฐฯ ระเบิดค้างคาว : สหรัฐฯ ได้คิดค้นอาวุธลับชนิดใหม่เพื่อทำลายล้างญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง โดยการติดตั้งระเบิดไปกับตัวค้างคาวที่จับได้จากถ้ำในนิวเม็กซิโก นักวิทยาศาสตร์ระบุว่าอาวุธชิ้นนี้จะทำให้บ้านเรือนของชาวญี่ปุ่น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นไม้พังราบคาบ โดยใช้ชื่อรหัสว่า X-Ray และได้รับการทดสอบในปี 1944 ซึ่งผลที่ได้รับเป็น ที่น่าพอใจ แต่น่าเสียดาย (หรืออาจเป็นความโชคดีของชาวญี่ปุ่น) ที่สงครามได้ยุติลงจากการทิ้งระเบิดปรมาณูที่ ฮิโรชิม่าและนางาซากิ ไม่เช่นนั้นชาวญี่ปุ่นอาจต้องเจ็บปวดกับอาวุธร้ายแรงชิ้นใหม่ของสหรัฐฯ อาวุธชีวภาพ : ไม่ว่าคุณจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม อาวุธชีวภาพเป็นอาวุธที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่อดีต ชาวมองโกลใช้ชิ้นส่วนร่างกายมนุษย์ที่เน่าเปื่อยโยนข้ามกำแพงของข้าศึกเพื่อแพร่กระจายเชื้อโรค หรือแม้กระทั่งกาฬโรค ที่มนุษย์ใช้ตัวหมัดที่เกาะด้านหลังของแมวเป็นพาหะนำโรค อาวุธเลเซอร์ : อาจฟังดูเหมือนเรื่องเพ้อฝัน แต่เทคโนโลยีชนิดนี้อันตรายกว่าที่ใครหลายคนคิด โดยลำแสงเลเซอร์ ที่มีความเข้มข้นสูงสามารถทำอันตรายให้ร่างกายมนุษย์ เช่น ทำให้ตาบอดได้อย่างถาวร และไม่เหมาะนักหากมันจะตกอยู่ในมือของเยาวชนที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ระเบิดกัมมันตรังสี : อาวุธประเภทนี้เป็นสิ่งต้องห้ามตามกฎหมายระหว่างประเทศ ระเบิดกัมมันตรังสีความรุนแรงน้อยกว่าระเบิดนิวเคลียร์ แต่อันตรายของมันเกิดจากกัมมันตรังสีที่แพร่กระจายหลังการระเบิด ส่งผลให้พื้นที่และสิ่งมีชีวิต บริเวณนั้นปนเปื้อนด้วยรังสี ปืนพ่นไฟ […]

“ออกซิเจน” อันตรายใกล้ตัว

ก๊าซออกซิเจน (บางทีเรียกออกซิเย่น) บ้านเราเรียกทับศัพท์มาจากภาษาอังกฤษคือ OXYGEN เป็นก๊าซไม่มีกลิ่น ในปี พ.ศ. 2347 นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษชื่อ Joseph  Priestley  ได้ค้นพบก๊าซออกซิเจนโดยการเผาปรอททองแดง (Mercuric  Oxide)  ต่อมาในปี พ.ศ. 2427 ได้มีผู้ค้นพบการวิธีการทำออกซิเจนเหลว คุณสมบัติของก๊าซออกซิเจนมี 3 สถานะคือ ของแข็ง (Solid) ของเหลว (Liquid) และก๊าซ (Gas) . ตามประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่องกำหนดประเภทหรือชนิดของวัตถุอันตรายซึ่งประกาศใช้เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2543 ได้จัดให้ออกซิเจนเป็นวัตถุอันตรายประเภทที่ 2 ในกลุ่มของก๊าซ (Gases) และอยู่ในประเภทย่อย 2.2 คือก๊าซไม่ไวไฟ (non -Flammable Gas) เป็นก๊าซภายใต้ความอัดดัน และยังจัดอยู่ในวัตถุอันตรายประเภทที่ 5 ประเภทย่อยที่ 5.1 เป็นสารออกซิไดซ์  (Oxidizing Substance)  หมายเลขประจำวัตถุอันตรายตามระบบขององค์การ3 สหประชาชาติ (United Nations) […]