5 ระดับภาวะผู้นำ ที่ผู้นำ 95 % ไม่รู้

ในโลกของการทำงาน ในชุมชน หรือแม้กระทั่งโลกของธุรกิจ คุณคงได้รู้แล้วว่า ผู้นำเท่านั้นที่จะเป็นผู้ที่ร่ำรวยไปด้วยเงินทอง และผู้นำเท่านั้นที่เขาจะมีอำนาจแม่เหล็ก ผู้นำเท่านั้นที่เป็นมนุษย์แม่เหล็ก ดึงดูดผู้คน ดึงดูดเงินทองให้หลั่งไหลเข้าหาเขาได้โดยที่ไม่ต้องออกแรกเท่าไหร่เลย ดังที่ผมได้เคยบอกไปแล้วใน บทความเรื่อง 2 ผู้นี้คุณว่าใครได้เงินมากกว่า

คุณคงเคยเห็นนะครับว่าในหน่วยงานหรือในองค์กร ๆ หนึ่งบางคนไม่มีตำแหน่งใด ๆ เลย แต่เขากลับมีพลังดึงดูดผู้คนให้เชื่อฟังเขาได้ มากกว่าคนที่มีตำแหน่งเป็นผู้นำจริง ๆ ด้วยซ้ำไป เพราะอะไรน่ะเหรอครับ คำเดียวเท่านั้นครับ คือ

เพราะเขามีภาวะผู้นำ เขาไม่จำเป็นต้องมีตำแหน่งใด ๆ เลย แต่เขาสามารถบอกให้ผู้คนทำอะไรได้ สามารถโน้มน้าวและผลักดันให้ผู้คนทำตามที่เขาต้องการได้ คุณคิดว่ามันน่าอัศจรรย์มากแล้วแน่ ๆ และวันนี้ผม(ปฏิญาณ)จะพาคุณมารู้จักกับคำว่าภาวะผู้นำ (Leadership ในแบบของ John C. Maxwell)

ผู้มีภาวะผู้นำทีดี ไม่ใช่การทำให้ตัวเองก้าวหน้า แต่เป็นการทำให้ทีมก้าวหน้าต่างหาก คุณจะต้องคิดอยู่ในสมองตลอดเวลาเลยว่า คุณจะปรับปรุง พัฒนาทีมงานของคุณให้สร้างผลงานที่ดีขึ้นได้อย่างไร ภาวะผู้นำเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับผู้คนและการเปลี่ยนแปลงของกลุ่มคนนั้น ๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา วันนี้อาจขี้เกียจ พรุ่งนี้อาจขยัน วันนี้อาจท้อแท้ พรุ่งนี้อาจสิ้นหวัง หมดหนทาง ผู้ที่มีภาวะผู้นำที่ดี จะต้องช่วยเหลือให้ผู้คนเหล่านี้ลุกขึ้นสู้และเดินทางไปสู่เป้าหมายให้ได้ไม่ว่าจะอยูในสถาณการณ์ที่เลวร้ายเพียงใด และนี่ครับ คือความลับสุดยอด 5 ระดับภาวะผู้นำที่คุณจะสามารถพัฒนาทักษะภาวะผู้นำของคุณได้จริงขอให้คุณตั้งใจศึกษาให้ดี แล้วนำไปประยุกต์ใช้ ผมรับรองว่าคุณจะต้องเป็นสุดยอดผู้นำตัวจริงในเวลาไม่นานเกินรอ ขอให้คุณโชคดี

ระดับที่ 1 ตำแหน่งหน้าที่ (Position)

ตำแหน่งหน้าที่เป็นภาวะผู้นำระดับที่ต่ำที่สุด ถ้าคุณเป็นผู้นำระดับที่ 1 พลังโน้มน้าวของคุณมีเพียงอย่างเดียว คือ พลังโน้มน้าวที่มาจากตำแหน่งหน้าที่ ผู้คนเขาจะยอมทำตามคุณเพราะว่าจำเป็นต้องทำเท่านั้น เพราะคำที่อยู่หน้าชื่อคุณเท่านั้น การที่คุณมีตำแหน่งผู้นำ ก็ไม่ได้มีอะไรเสียหาย แต่ถ้าคุณใช้ตำแหน่งบังคับให้คนอื่นทำตามนั้นเป็นสิ่งผิดถนัดเลย คุณไม่ควรเอาตำแหน่งหน้าที่มาโน้มน้าว หรือไปสั่งให้คนอื่นทำตามสิ่งต่าง ๆ ที่คุณต้องการ

การที่คุณมาถึงระดับที่ 1 ได้ อาจจะเป็นหัวหน้าได้ แต่ไม่มีทางที่คุณจะเป็นผู้นำได้เลย คุณมีลูกน้องก็จริง แต่เขาไม่มีทางเป็นเพื่อนร่วมทาง ร่วมทีมกับคุณได้ ผู้นำประเภทนี้นะครับ จะยึดกฎเกณฑ์ ข้อบังคับ และผังองค์กรต่าง ๆ ผู้คนจะทำตามคุณเฉพาะในขอบเขตของหัวหน้าเท่านั้น ทำเท่าที่เขาจำเป็นต้องทำเท่านั้น เมื่อเวลาที่ต้องขอความทุ่มเทจากพวกเขา แน่นอน คุณไม่มีทางได้รับมัน

ตำแหน่งหน้าที่ เป็นภาวะผู้นำระดับเดียวเท่านั้น ที่ไม่ต้องใช้ความสามารถ หรือความพยายามใด ๆ เลย ใคร ๆ ก็สามารถได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งได้ทั้งนั้น

ระดับที่ 2การยอมรับ (Permission)

พื้นฐานของระดับของการยอมรับนั้น อยู่ที่ความสัมพันธ์กับผู้อื่น ผู้คนจะยอมทำตามคุณเพราะเขาอยากจะทำ เมื่อคุณชอบใครและปฏิบัติต่อเขาในฐานะที่เป็นบุคคลที่มีหัวจิตหัวใจและมีคุณค่า ก็เท่ากับว่าคุณได้สร้างบารมีกับพวกเขาแล้ว คุณได้สร้างความไว้วางใจขึ้นมา และบรรยากาศก็เป็นไปในทางที่ดีมากขึ้น เป้าหมายของคุณไม่ได้อยู่ที่การรักษาตำแหน่งเอาไว้ แต่มันคือการทำความรู้จักกับผู้คนของคุณ คิดหาทางเข้ากับพวกเขาให้ได้ ค้นหาว่าผู้คนของคุณเป็นคนอย่างไร ผู้ตามก็จะได้ค้นหาว่าผู้นำของเขาเป็นคนอย่างไร เป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นมากขึ้น หัวใจของผู้นำระดับนี้ คือ คุณต้องชื่นชอบทีมงานของคุณ

ระดับที่ 3การสร้างผลงาน (Production)

สิ่งที่อันตรายอย่างหนึ่งของการก้าวถึงระดับที่ 2 คือ ผู้นำอาจจะหลงไหลและหยุดอยู่แค่นั้น คือแค่ระดับของการยอมรับ ผู้นำที่ประสบความสำเร็จ ต้องไม่ใช่แค่การสร้างบรรยากาศของการทำงานที่ดีเท่านั้น แต่จะต้องทำงานให้บรรลุเป้าหมาย สำเร็จลุล่วงด้วย คุณจะต้องสร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ เพราะระดับนี้ หัวใจคือการสร้างผลงานเท่านั้น คุณคงนึกออกนะว่า ถ้าคุณไม่มีผลงาน คุณจะอยู่ในตำแหน่งผู้นำไม่ได้เลย ไม่มีใครจะไว้ใจและมอบหมายงานให้คุณทำแน่ ๆ เพราะมันจะล้มเหลวหมดเลย ขาดทุนแน่ ๆ แต่สิ่งดี ดี จะเกิดขึ้นมามากมายเมื่อคุณขึ้นมาถึงระดับที่ 3 นั่นก็คือ งานคุณจะสำเร็จลุล่วง ขวัญกำลังใจก็จะดีขึ้น ผลกำไรเพิ่มขึ้น บรรลุเป้าหมายที่วางเอาไว้ได้ ในระดับนี้นี่แหละที่จะเกิดกระแสในทางบวก หรือ Momentum ขึ้น

ในระดับที่ 3 นี้ คุณจะกลายเป็นผู้ที่เริ่มต้นสร้างการเปลี่ยนแปลงในทางบวก คุณจะสามารถจัดการปัญหายาก ๆ ได้ และเผชิญกับอุปสรรคที่สลับซับซ้อน และยากขึ้น ตัดสินใจเรื่องยาก ๆ ขึ้น ได้ ซึ่งจะพาให้เกิดความมั่นใจและพาคนของคุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ระดับที่ 4การพัฒนาคน (People Development)

ผู้นำนะครับจะทำงานได้ยอดเยี่ยมนั้น มันไม่ใช่เพราะอำนาจของคุณ แต่มันเป็นเพราะความสามารถในการให้อำนาจผู้อื่นนั่นเอง นี่เป็นหัวใจของระดับที่ 4 การสร้างคน ระดับนี้ คุณจะต้องนำภาวะผู้นำทั้ง 3ระดับที่ว่ามา ไปทุ่มเทช่วยเหลือทีมงาน และพัฒนาให้คนเหล่านั้นได้กลายเป็นผู้นำด้วยฝีมือของพวกเขาเอง ผลก็คือ คุณจะสามารถโคลนนิ่ง ผ้นำที่เหมือนคุณขึ้นมาการที่คุณสร้างผลงาน (ระดับ 3 ) จะทำให้ได้ชัยชนะในการแข่งขัน แต่การที่คุณสร้าง หรือพัฒนาคนขึ้นมานั้น จะทำให้คุณคว้าตำแหน่งชนะเลิศ การทำงานของคุณจะเป็นทีมมากขึ้น เพราะอะไรเหรอครับ ก็เพราะว่าการที่คุณได้ทุ่มเทช่วยเหลือผู้อื่นนั้น ย่อมทำให้ความสัมพันธ์นั้นแน่นแฟ้นมากขึ้นไปอีก เกิดความจงรักภักดี แน่นแฟ้นมากขึ้น และแน่นอนผลงานจะดีขึ้นไปอีก เพราะว่ามองไปทางไหนก็มีแต่ผู้นำทั้งนั้นเลย และคนเหล่านั้นจะช่วยพัฒนาทุกคนในทีมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ๆ

ผู้นำระดับที่ 4 จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของทีมงาน พวกเขาจะยอมทำตามคุณเพราะว่าคุณได้ทำสิ่งต่าง ๆ ให้เขามากมาย คุณได้ให้คุณค่ากับพวกเขา ความสัมพันธ์จะยืนยาวไปชั่วชีวิต

ระดับที่ 5จุดสูงสุด (Pinnacle)

เป็นระดับที่สูงที่สุดของภาวะผู้นำ คือจุดสุดยอด คนส่วนมากอาจพัฒนามาถึงระดับที่ 4ได้ แต่การขึ้นสู่ระดับที่ 5 นั้น ต้องพยายาม ใช้ทักษะอย่างมาก และ ที่สำคัญคือการตั้งใจจริง แล้วเขาจะทำอะไรล่ะ? คำตอบก็คือ คุณก็ต้องสร้างผู้นำระดับที่ 4 นั่นเอง ผู้นำส่วนมากจะไม่ทำเรื่องนี้ครับ เพราะต้องทำอะไรมากมายเลย เมื่อเทียบกับการทำหน้าที่ผู้นำตามที่เขาได้รับมาเพียงอย่างเดียว ผู้นำระดับนี้ต้องเต็มใจสร้างผู้นำขึ้นมา ซึ่งถือเป็นงานด้านภาวะผู้นำที่ยากที่สุด คุณจะสร้างผู้นำแบบที่คนอื่นทำไม่ได้เลย คุณจะสร้างผลงานดี ดี ตกทอดสู่คนรุ่นหลัง ภาวะผู้นำของคุณจะเป็นที่รู้จักกันดีในวงกว้าง แม้ไม่ใช่ในหน่วยงานของคุณ ผลลัพธ์ของผู้นำระดับนี้จะสูงมาก ไม่ใช่แค่เพียงเงินทอง ลาภยศ แต่มันคือแรงศรัทธา พลังอำนาจที่อยู่เหนือจิตใจ ที่จะอยู่เหนือองค์กร และเหนือวงการที่คุณทำอยู่อย่างน่าอัศจรรย์ที่สุด

…………………………………………………

เป็นไงกันบ้างครับ สำหรับภาวะผู้นำ 5ระดับ ความลับที่ผู้นำ 95 % ไม่รู้ ทีนี้ผมอยากให้คุณมองดูในธุรกิจเครือข่าย ว่าภาวะผู้นำนี้มีกี่ระดับ ? ……คำตอบก็คือ มีเพียงแค่ 4 ระดับเท่านั้น คุณจะไม่มีระดับที่1 ไม่มีตำแหน่งใด ๆ เลย เป็นสิ่งที่ยุติธรรมหรือว่าแฟร์มาก ๆ เลย และผมเองก็ชอบมาก ๆ ด้วย ที่ทุกคนเริ่มต้นที่ระดับเท่ากัน คือระดับที่ 2 ต้องสร้างการยอมรับ(Permission) ในธุรกิจเครือข่าย-MLM นั้น ถ้าคุณตั้งใจอย่างจริงจังนะครับ ที่จะพัฒนาทีมงานของคุณให้เขาขึ้นไปถึงจุดสูงสุดได้ละก็ สมมุติว่า คุณมีองค์กรของคุณเองสัก100 คน เป็นผู้นำระดับที่ 5 สัก 10 คน คุณคิดว่าคุณจะรวยเท่าไหร่ครับ มันไม่ใช่10ล้าน 100 ล้านนะครับ แต่มันจะเป็น พัน ล้าน หมื่นล้าน เพราะอะไร? เพราะที่เหลืออีก 90 คน อย่างน้อยก็ต้องอยู่ระดับที่ 3 (Production) และในที่สุดก็จะขึ้นไประดับที่ 4 และ 5 ในที่สุด

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *