1. จัดลำดับความสำคัญของงานด้วย To Do List

         การทำ To-Do List จะทำให้เราเห็นภาพรวมของชิ้นงานนั้น เช่น ขั้นตอนต้องเป็นยังไง ต้องส่งต่อไปให้ใครทำบ้าง ในระยะเวลาจำกัดนี้ หรือขั้นตอนนี้เราจบงานได้เอง ยิ่งเราจัดการ To-Do List ละเอียดมากเท่าไหร่ก็จะทำให้เราเห็นภาพรวมมากเท่านั้น จากนั้นค่อยมาจัดลำดับตามความสำคัญและเดตไลน์ของงาน

 2. เข้าใจช่วงเวลาในการทำงานของตนเอง 

คนทำงานก็ล้วนมีเวลาที่ชอบทำงานเป็นของตัวเอง บางคนคิดอะไรไม่ออกตอนบ่าย ๆ หรือตื่นเช้าแล้วสมองยังทำงานไม่ครบ 100 เปอร์เซ็นต์ หากเราว่าตัวเองเป็นคน     ชอบทำงานเวลาไหน ตอนเช้าตรู่แดดอ่อน ๆ หรือตอนกลางคืนที่ทุกอย่างเงียบสงบ ก็ลองเอางานสำคัญไปทำในช่วงนั้นของวัน หรืออาจจะเรียกได้ว่าเวลา “Primetime”  เวลาที่คุณภาพสูงที่สุดของวัน

ยกตัวอย่างเช่น Fackbook เวลาที่ดีที่สุดในการโพสคือ  ช่วงเช้า 08.00-09.00 ช่วงเที่ยง 12.00-13.00

 

3. Work Smarter , Not Harder  

การทำงานหนักไม่ใช่การทำงานที่ถูก และการทำโอทีทุกวันก็ไม่ใช่เรื่องที่ดี ทั้งที่จริงแล้วการทำงานให้เสร็จเป็นชิ้น ๆ ไปทีละงานต่างหากที่จะทำให้เราโฟกัสงานนั้นได้อย่างเต็มที่ เพราะฉะนั้นคนที่บริหารเวลาได้มีคุณภาพจะไม่ใช่คนทำงานได้เยอะหรือทำงานหนัก แต่คนที่สามารถบริหารเวลาที่มีอยู่อย่างจำกัดให้สามารถสร้างชิ้นงานคุณภาพออกมาได้ต่างหากคือคนที่บริหารเวลาได้ดี

ทริคการเปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนที่ Work Smarter

S : Smile มองปัญหา หรืองานใหม่ที่ต้องรับมือ เป็นเรื่องที่ท้าทาย ยิ้มรับและพร้อมที่จะแก้ไขปัญหา

M : Manage รู้จักบริหารเวลาให้กับ งาน ครอบครัว เพื่อน และอย่าลืมที่จะบริหารเวลาให้กับตนเอง

A : Analyze รู้จักวิเคราะห์สิ่งต่างๆว่าอะไรควรทำ วิเคราะห๋ศักยภาพของตนเอง

R : Relax หาเวลาไปพักผ่อน ทำกิจกรรม ท่องเที่ยว 

T : Train ฝีกฝนทักษะให้กับตนเองและเพื่อนร่วมทีมอยู่เสมอ

 

4. เลิกผัดวันประกันพรุ่ง

การผัดวันประกันพรุ่งนอกจากจะทำให้การทำงานแต่ละขั้นตอนถูกเลื่อนออกไปแล้ว ยังทำให้วินัย เวลา และพลังงานในการทำงานเสียไปอย่างเปล่าประโยชน์ จนสุดท้ายมันก็จะส่งผลต่อชีวิตส่วนตัวของเราในตอนที่ทำงานไม่ทันด้วย

เทคนิคง่ายๆเอาชนะนิสัย “ผลัดวัน ประกันพรุ่ง”

1.  ตั้งกฎ 30 นาทีเพื่องาน โดยการตั้งใจทำงาน 30 นาทีและผ่อนคลาย 5 นาที แต่ต้องเป็นนาทีจริงๆ

2.  เตือนตัวเอง และรู้สึกตัวอยู่เสมอ ให้รู้ตัวอยู่เสมอว่าจะทำอะไร ต้องทำอะไรต่อไป

3.  กำจัดสิ่งรบกวน ให้ใจจดจ่ออยู่กับการทำงาน ไม่สนใจสิ่งยั่วยุ

 

5.  เผื่อเวลารับมือกับเรื่องที่ไม่คาดคิด

นอกจากการทำงานให้เสร็จก่อนเวลาจะทำให้เราทบทวน ตรวจสอบความถูกต้องของชิ้นงานนั้นได้อีกครั้งแล้ว การทำแบบนี้จะช่วยให้เรามีเวลาเผื่อสำหรับรับมือเรื่องไม่คาดคิดที่อาจมากระทบกับงานของเรา ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าลองวางแผนการทำงานไว้แค่ 50 เปอร์เซ็นต์จากเวลาจริง สมมติว่าเรามีเวลาทำงาน 1 ชั่วโมงก็วางแผนใช้เวลาแค่ 30 นาที

 

 

 

 

  

    Leave a Reply

    Your email address will not be published. Required fields are marked *